2009/Jan/05

ตั้งใจจะเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันให้คนทางบ้านได้ทราบกันบ้างแต่เนื่องจากวันๆๆชีวิตแม่งก้อไม่มีอะไรเปลี่ยนเท่าไหร่ ทำงาน งานและงาน วันหยุดแม่งยังไม่ค่อยจะมีเลย อยากไปเที่ยวนะ แต่คิดถึงเงินที่ต้องจ่ายไปตอนเที่ยวแล้ว ก้อฉะงักทุกที 555 ตลอดอ่ะกู เรื่องเที่ยวเรื่องกิน กูง๊กๆๆ แต่เรื่องซื้อของนี่กูถึงไหนถึงกัน   สันดานไม่เปลี่ยนจริงๆๆ ถ้าปอ อยู่ข้างๆๆคงโดนด่าไปแล้ว น่ามัน obession ของชั้นอย่างนึงอ่ะ

 

ถ้านับจากวันที่ก้าวเท้าออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ มาที่ Santa Barbara, CA, USA ถึงตอนนี้ ก้อ 117 วันแล้ว มาแรกๆๆ ก้อแปลกๆๆนะ อาหารมื้อแรกในอเมริกานี่จำได้เลยว่า Chowmen and Orange Chicken ที่ Panda Express ตอนนั้นเพิ่งมาถึง อะไรๆๆก้อกินไปก่อน ช่วงอาทิตย์แรก ยังไม่ได้เริ่มเรียน ไปไหนมาไหน ก้อไม่ค่อยสะดวก ซึ่งคงเป็นที่รู้กันว่าที่นี่ (Santa Barbara) รถประจำทางเค้าทำงานเป็นเวลา หกโมงปุ๊บ พวกพี่(คนขับรถ) กลับบ้านหาลูกหาเมียกันหมด บวกกับบ้านที่อยู่ก้ออยู่ตีนเขา รถประจำทางที่จะผ่านมาแต่ละวันก้อน้อยเที่ยวอยู่แล้ว จำได้ว่ามีครั้งนึง ไป downtown แล้วดัน พลาดรถเที่ยวหกโมง งานนั้น กูเดินขาลาก ไกลมาก ถ้าเทียบแล้วก้อประมาณจากสนามศุภไปถึงถนนวิทยุ สถานฑูตอเมริกา ไง ไกลมากๆๆๆ หลังจากนั้นมากูรู้งานและ จิราพรขี่จักรยานค่ะ เอาจักรยานไป แหม ออกกำลังกายอย่างดีที่นี่ หน้ารถเมล์จะมี lac ไว้สำหรับวางจักรยาน รถเมล์คันนึงใส่ได้ 2 คัน คราวนี้จะไปไหน ยังไงตกรถกูก้อไม่กลัว เพราะกูปั่นจักรยานเข้าบ้านได้สบายมาก 55 มาช่วงแรกสิ่งที่ทำคือหางานทำ กว่าจะหาได้ ก้อเลือดตาแทบกระเด็น เพื่อนก้อไม่ค่อยมี เส้นสายก้อไม่ค่อยมีกับเค้า อย่างแรกที่นี่เมืองมันเล็ก คนไทยก้อน้อย ร้านไทยก้อน้อย ที่มี เค้าก้อมีคนทำกันอยู่แล้ว กูล่ะ ใครกัน แต่สุดท้ายก้อได้งานจนได้ ร้านไทยร้านแรกที่ได้ทำงาน สามวันที่ไปเริ่มทำก่อนเจ้าของเค้ารับเข้าทำงาน จำไม่เลิกประสบการณ์อย่างนั้น จำได้เลยว่างานนั้นกูอ่อนแอแค่ไหน สุดท้ายก้อได้งาน เป็นเด็กเสริฟ ที่ร้านอาหารไทย แรกๆๆก้อได้ทำแค่ shift เดียว คือวันจันทร์ หลังจากนั้น เวลาใครป่วย ใครขี้เกียจ ไม่อยากทำงาน ก้อโทรหากูกัน ประหนึ่งว่ากูนีแหละตัวตาย ของตาย ตัวตายตัวแทน บวกกับกูอยากได้เงินด้วย ใครไม่ทำกูทำเอง มีแรงทำงานก้อทำไป วันไหนไม่มีแรงค่อยว่ากัน หลังจากอยู่มาได้ซักสองเดือนก้อเปิดเรียน ไปเรียน ได้พักหนึ่ง ก้อได้งานอีกที่นึง ร้านญี่ปุ่น เออ ลือบอกไปว่าร้านอาหารไทยที่ทำงาน อยู่ ชื่อร้าน เหมือนฝัน คาเฟ่ ส่วนร้านญี่ป่น ชื่อร้าน KAI (ไค) งานแรกที่ทำคือ cashier ทำงานเกือบทุกวันแรกๆๆ ก้อมีติดขัดบ้าง เจ้าของร้านชื่อ คาซ แต่เราเรียกเค้าว่า ซาโต้ซัง แกเป็นคนดีนะ เรารู้สึกอย่างนั้น อย่างน้อยเค้าก้อให้โอกาสเราเลือกเรามาทำงาน (ร้านอาหารไทยเจ้าของร้านชื่อพี่แจน) ทำงานทุกวันแหละ ส่วนมากที่ร้านไค ก้อทำเฉพาะ lunch ช่วง dinner ส่วนใหญ่มีคนทำอยู่แล้ว เราก้อไม่ต้องทำ ทำแคชเชียร์อยู่ ประมาณ เดืนอนนึง แล้วเจ้าของเค้าก้อให้โอกาส เลื่อนเราให้มาทำเป็น wait ที่ซูชิบา ทิปก้อเยอะกว่าตอนเป็นแคชเชียร์ไม่มากเท่าไหร่ แล้วแต่ว่า shift นั้นลูกค้าเยอะหรือเปล่า ถ้า busy ทิปก้อเยอะ คนน้อย tip น้อย แต่ขอบอกว่างาน เวท แม่ง หนักหนักจริง เหนื่อยจริง ไว้วันหลังจะถ่ายรูปที่ร้านที่ทำงานมาให้ดู เล่ามาซะเยอะ เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน ไว้วันหลังค่อยมาเล่าต่อ

Comment

Comment:

Tweet


ดีแล้วๆ ขยันๆ
เก็บเงินระ
เรียนไหวก็เรียน
เรียนไม่ไหวก็เก็บเงิน
มาทำกิจการอะไรต่อที่บ้านเราbig smile
#2 by nami At 2009-01-12 18:09,
เขียนนี่ ช่วยเว้นมั้งเหอะ
เห็นแล้ว
เหนื่อย
ให้มันย่อๆเป็นบันทัดมั้ง
เป็นเพื่อดเลย
sad smile
#1 by nami At 2009-01-12 18:06,